เลื่อนล้อต่อภาษี นนทบุรี 2565

เลื่อนล้อต่อภาษี เป็นช่องทางชำระภาษีรถยนต์ประจำปี อีกทางเลือกหนึ่งที่กรมการขนส่งทางบกเปิดให้บริการ สะดวกสบาย โดยไม่ต้องลงจากรถ และไม่ต้องกรอกเอกสารใดๆ


เลื่อนล้อต่อภาษี คืออะไร

เลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) เป็นอีกวิธีที่สามารถชำระภาษีรถยนต์ประจำปี ด้วยการขับรถผ่านช่องทางชำระภาษีรถโดยไม่ต้องลงจากรถ ได้ที่กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

เลื่อนล้อต่อภาษี นนทบุรี 2565

ผู้ชำระภาษีไม่ต้องเขียนคำขอรับบริการ ไม่ต้องใช้เอกสารอย่างสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน โดยเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาดำเนินการชำระภาษีไม่เกิน 2 นาทีเท่านั้น

เลื่อนล้อต่อภาษี เวลาทำการ

เปิดบริการเลื่อนล้อต่อภาษีตั้งแต่เวลา 07.30-15.30 น.

เลื่อนล้อต่อภาษี นนทบุรี 2565

รับชำระภาษีรถ ตามพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522

เลื่อนล้อแล้วชำระภาษีรถ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้แก่

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง)
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รถตู้)
  • รถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ)
  • รถจักรยานยนต์
  • รถที่ใช้ก๊าซ LPG หรือ CNG เป็นเชื้อเพลิง

โดยไม่จำกัดอายุการใช้งาน และไม่จำกัดพื้นที่ ไม่ว่ารถนั้นจะจดทะเบียนที่จังหวัดใดก็ตาม หากเตรียมเอกสารครบถ้วน สามารถเข้าดำเนินการได้

เลื่อนล้อต่อภาษี นนทบุรี 2565

หลักฐานที่ต้องใช้ในการเลื่อนล้อต่อภาษี

  1. คู่มือจดทะเบียนรถ หรือสำเนา
  2. กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ส่วนท้าย)
  3. ใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจเอกชน (ตรอ.)

ที่มา กรมการขนส่งทางบก

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn

ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

เศรษฐกิจ

เปิดวิธีต่อภาษี – ใบขับขี่ออนไลน์ ทางเลือกใหม่ลดเสี่ยง “โอมิครอน”

09 ม.ค. 2565 เวลา 8:10 น.19.5k

กรมการขนส่งทางบก ชูบริการออนไลน์หนุนประชาชนต่อภาษี - ใบขับขี่ ลดความเสี่ยง "โอมิครอน" ยันบริการต่อภาษีรับเครื่องหมายการเสียภาษีและใบเสร็จรับเงินทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วันทำการ

หลังเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2565 สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเริ่มรุนแรงขึ้น มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประเทศไทยตกอยู่ภาวะเข้าสู่การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 5 เป็นผลให้เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีมติยกระดับสีพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อควบคุมสถานการณ์ ดังนี้

  • พื้นที่ควบคุม หรือพื้นที่ สีส้ม ปรับเป็น 69 จังหวัด (จากเดิม 36 จังหวัด)
  • พื้นที่เฝ้าระวังสูง หรือพื้นที่สีเหลือง ปรับเหลือ 0 จังหวัด (จากเดิม 30 จังหวัด)
  • พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว (สีฟ้า) คง 8 จังหวัด กทม. กาญจนบุรี กระบี่ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี พังงา ภูเก็ต และบางพื้นที่ 18 จังหวัด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโอมิครอนที่เกิดขึ้นนั้น หลายคนอาจจะต้องกลับมาใช้มาตรการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home รวมไปถึงงดเดินทางไปที่สาธารณะต่างๆ เพื่อลดความแออัด และลดการสัมผัสกับผู้อื่น ส่งผลให้ช่องทางบริการออนไลน์จะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจาก “โอมิครอน”

โดยหนึ่งในนั้น คือ บริการจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ที่คลายความกังวลให้กับประชาชนในเรื่องของการชำระภาษีรถประจำปี และการต่อใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ซึ่งมีวิธีเข้ารับบริการ ดังนี้

พรรณี พุ่มพันธ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริการที่เข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน โดยในปี 65 เน้นผลักดันให้ผู้เสียภาษีรถประจำปีใช้บริการชำระภาษีผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ 

ปัจจุบันได้เพิ่มช่องทาง บริการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านระบบออนไลน์หลากหลายช่องทาง

  1. เว็บไซต์ (คลิก) 
  2. แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax
  3. เคาน์เตอร์เซอร์วิส
  4. โมบายล์แอปพลิเคชัน mPAY
  5. Truemoney Wallet

โดยเจ้าของรถไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานขนส่ง ลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่ไหนก็สามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ รอรับเครื่องหมายการเสียภาษีและใบเสร็จรับเงินทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันชำระเงิน

พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการให้ครอบคลุมเจ้าของรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีหรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี หรือรถที่ค้างชำระภาษีเกิน 1 ปี สามารถชำระภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ได้ โดยมีเงื่อนไขต้องนำรถเข้าตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ให้เรียบร้อยก่อนดำเนินการชำระภาษีประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนรถที่ไม่มีเงื่อนไขต้องตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีสามารถดำเนินการได้ทันที

อย่างไรก็ตาม รถที่เข้าข่ายต้องตรวจสภาพก่อนชำระภาษีประจำปี สามารถใช้บริการชำระภาษีโดยไม่ต้องลงจากรถหรือบริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) ที่ทำการไปรษณีย์ ธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมโครงการกับกรมการขนส่งทางบก หรือที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ

ขณะที่บริการต่อใบอนุญาต หรือใบขับขี่ ยังคงเปิดให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น “DLT Smart Queue” โดยผู้ที่ต้องการต่ออายุใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ สามารถเข้าอบรมผ่านระบบ e-Learning ได้ที่เว็บไซต์ (คลิก) แทนการเข้าอบรมในสำนักงานได้

สำหรับผู้ที่ต้องการจองคิวเพื่อต่อใบขับขี่ สามารถทำตามขั้นตอนการจองคิวผ่านแอพพลิเคชั่น “DLT Smart Queue” ดังนี้

1. โหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อจองคิว

ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น DLT Smart Queue ลงในสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หรือจองผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก

 2. ลงทะเบียน

หลังจากที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นเสร็จแล้ว ผู้ที่ใช้งานครั้งแรก จะต้องลงทะเบียนก่อน โดยจะต้องกรอกข้อมูลสำคัญ ดังนี้

  • เลขบัตรประจำตัวประชาชน
  • สร้างรหัสผ่าน
  • เบอร์โทรศัพท์
  • อีเมล
  • LINE ID

 3. รอรับแจ้งเตือน

ลงทะเบียนสำเร็จ เมื่อกรอกข้อมูล และยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แอพพลิเคชั่นจะเด้งป๊อบอัพเพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้บริการว่าได้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว

 4. เข้าสู่ระบบ

กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และรหัสผ่านที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้

 5. เลือกสถานที่เข้ารับบริการที่สะดวก

เลือกจังหวัด และสาขาขนส่งที่ต้องการเข้ารับบริการ

 6. เลือกประเภทงานที่ต้องการเข้ารับบริการ

เช่น ทำใบขับขี่

 7. เลือกวันที่เข้ารับบริการ

เลือกวันที่ที่ต้องการเข้ารับบริการ โดยวันที่มีจุดสีดำ คือวันที่ยังมีคิวว่าง ส่วนจุดสีเหลือง คือวันที่คิวเต็มแล้ว และจุดสีแดง คือวันหยุด

 8. เลือกช่วงเวลาที่ต้องการเข้ารับบริการ

เลือกเวลาที่สะดวกตามวันที่จะเข้ารับบริการ

 9. ยืนยันการจองคิว

กด “ยืนยันการจอง” หลังจากนั้น ระบบจะแสดง QR CODE และรายละเอียดต่างๆ ในแอพพลิเคชั่น ซึ่งผู้ขับขี่จะต้องเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งที่เลือกไว้ ตามวันและเวลาที่ปรากฏ เพื่อดำเนินการทดสอบสุขภาพที่มีผลต่อการขับขี่ และดำเนินการต่อไปขับขี่ต่อไป